รับจดทะเบียนบริษัท เปิดบริษัท ราคาเพียง 999 บาท
การจดทะเบียนบริษัท เป็นเรื่องซับซ้อนและถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญของการทำธุรกิจ การเริ่มต้นจดทะเบียนบริษัท ที่ถูกต้องถือเป็นเรื่องสำคัญ และส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจในอนาคตอย่างยั่งยืน

บริการจดทะเบียนบริษัทเราครอบคลุมอะไรบ้าง
✅ ช่วยวางแผนโครงสร้างผู้ถือหุ้น ผู้มีอำนาจลงนาม
✅ บริการจองชื่อบริษัทผ่านระบบ DBD
✅ ร่างวัตถุประสงค์การจดทะเบียนบริษัทให้ครอบคลุมการเติบโตในอนาคต
✅ ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร พร้อมยื่นผ่านระบบออนไลน์
✅ให้คำปรึกษา เกี่ยวกับระบบบัญชีและการเสียภาษีหลังจดทะเบียนบริษัท
ทำไมต้องเลือกใช้บริการ รับจดทะเบียนบริษัท ของเรา
✅นักบัญชีมืออาชีพ ประสบการณ์หลากหลายธุรกิจ
✅ช่วยวางแผนตั้งแต่ จองชื่อบริษัทพร้อมวางแผนโครงสร้างอำนาจทางธุรกิจ
✅บริการรวดเร็ว ได้มาตรฐาน
✅แถมฟรี ตรายางบริษัท
✅ให้คำปรึกษาหลังจดทะเบียนบริษัท ฟรี
กระบวนการจดทะเบียนบริษัทง่ายๆ 4 ขั้นตอน

1. ปรึกษาเบื้องต้น แจ้งรายละเอียด ธุรกิจและความต้องการ
ปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถแจ้งความต้องการจดทะเบียนบริษัท ประเภทธุรกิจ โดย Honor Account จะแนะนำเกี่ยวกับ ทุนจดทะเบียนบริษัท ประเภทบริษัทที่ควรจด
2. เตรียมเอกสาร พร้อมข้อมูลสำคัญ
- ประเภทบริษัทที่ต้องการจัดตั้ง (ห้างหุ้นส่วน หรือ บริษัทจำกัด)
- ที่ตั้งสำนักงาน
- สำเนาบัตรประชาชน ของผู้เริ่มก่อตั้งและกรรมการ
- ชื่อบริษัทที่ต้องการจดทะเบียน (เตรียมไว้อย่างน้อย 3 ชื่อ)
3. Honor Account ทำการยื่นจดทะเบียน พร้อมให้คำแนะนำ
- ดำเนินการจองชื่อบริษัท
- ร่างวัตถุประสงค์บริษัทให้ครอบคลุมและรองรับการเติบโตในอนาคต
- ตรวจสอบเอกสาร พร้อมยื่นเอกสารยื่นจดทะเบียนให้กับกรมพัฒนาธุรกิจ DBD
- ให้คำแนะนำเกี่ยวกับทุนจดทะเบียนบริษัท, อำนาจการลงนาม, สัดส่วนการถือหุ้น
4. ให้คำปรึกษาหลังจดทะเบียนบริษัทเสร็จ
- รายละเอียดเกี่ยวกับการทำบัญชี ปิดงบการเงิน
- รายละเอียดเกี่ยวกับการจดภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT
- การวางการลดหย่อนค่าใช้จ่ายทางภาษี
ข้อดีของการจดทะเบียนบริษัท
1. เพิ่มความน่าเชื่อถือ : บริษัทที่มีการจดทะเบียนถูกต้อง ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับคู่ค้าและสถาบันการเงิน
2. จำกัดความรับผิดชอบ : การจดทะเบียนบริษัทจะมีสถานะเป็นแบบ “นิติบุคคล” ช่วยจำกัดความรับผิดชอบต่อหนี้สินที่จำกัด จากการลงทุน
3. การจัดการภาษีที่คุ้มค่า : อัตราการชำระภาษีแบบนิติบุคคลจะต่ำกว่าแบบบุคคลธรรมดาในบางช่วงของรายได้
เอกสารที่ต้องเตรียมในการจดทะเบียนบริษัท
- สำเนาบัตรประชาชน ของผู้ก่อตั้ง อย่างน้อย 2 คน
- ชื่อบริษัทที่ผ่านการอนุมัติจองชื่อแล้ว (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ)
- บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5): ใครถือหุ้นกี่หุ้น (รวมกันต้องครบ 100%)
- ทุนจดทะเบียน: (ขั้นต่ำคือหุ้นละ 5 บาท มักนิยมเริ่มที่ 1 ล้านบาท)
- วัตถุประสงค์: รายการกิจกรรมที่บริษัทจะทำ
เอกสารที่ได้รับ หลังจดทะเบียนบริษัท
1. หนังสือรับรองบริษัท
เป็นเอกสารที่บ่งบอกรายชื่อ คณะกรรมการ และ อำนาจผู้ลงนาม
2. ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด
แสดงว่าบริษัทนี้ได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
3. รายการจดทะเบียนจัดตั้ง (แบบ บอจ.3)
เอกสารนี้จะบอกรายละเอียดเชิงลึก เช่น:
- ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ (มีแผนที่ประกอบ)
- สำเนาตราประทับบริษัท (ถ้ามี)
- รายละเอียดจำนวนหุ้นและมูลค่าหุ้น
4. บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (แบบ บอจ.5)
เอกสารระบุว่าใครถือหุ้นกี่หุ้น สัดส่วนเท่าไหร่ และเลขหมายหุ้นที่แต่ละคนถือคือเลขอะไรถึงเลขอะไร
5. หนังสือบริคณห์สนธิ (แบบ บอจ.2)
เอกสารที่แสดงความจำนงในการก่อตั้งบริษัท ชื่อผู้เริ่มก่อตั้ง และทุนจดทะเบียนเริ่มต้น

ตัวอย่าง หนังสือรับรองบริษัท และ ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนบริษัท
จดทะเบียนบริษัทแล้วต้องทำอะไรต่อ ?
เป็นอีกข้อที่ผู้ปรกอบการหลายท่านสับสนเพราะหลังจากจดทะเบียนบริษัทแล้ว จะมีรายละเอียดที่ค่อนข้างซับซ้อน ทั้งการเสียภาษีและอื่นๆ
สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : จดทะเบียนบริษัทเสร็จแล้วต้องเสียภาษีอะไรบ้าง
1. เปิดบัญชีในนามบริษัท
– เพื่อความโปร่งใส ห้ามใช้บัญชีส่วนตัวปนกับบัญชีบริษัท โดยเด็ดขาด
– แนะนำขอ Internet Banking สำหรับนิติบุคคล เพื่อความสะดวกในการโอนเงินและจ่ายภาษี
2. ยื่นขอจดทะเบียนบริษัท มูลค่าเพิ่ม VAT :
– กรณีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี กฎหมายบังคับให้ต้องดำเนินการจดทะเบียนบริษัทภายใน 30 วัน
– กรณีรายได้ยังไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี จะจดหรือไม่จด VAT ก็ได้ แต่จะช่วยให้ดูน่าเชื่อถือและนำภาษีมาหักลบได้
ผลประโยชน์ของการจด VAT : บริษัทจะได้รับ ภ.พ.20 และสามารถยื่นขอเงินภาษีส่วนรายการซื้อคืนได้

ตัวอย่าง ภ.พ.20
3. ขึ้นทะเบียนนายจ้าง (ประกันสังคม)
หากบริษัทของคุณเริ่มมี ลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป (ที่ไม่ใช่ตัวคุณในฐานะกรรมการเพียงคนเดียว)
– ต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างและขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วัน
– ต้องนำส่งเงินสมทบทุกเดือน (ปกติไม่เกินวันที่ 15 ของเดือนถัดไป)
ข้อผิดพลาดการจดทะเบียนบริษัทที่พบบ่อย
1. รายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนหุ้นและอำนาจการลงนาม
1.1. การตั้งราคาหุ้น : กฎหมายกำหนดให้การตั้งราคาหุ้น ขั้นต่ำราคา 5 บาท (ไม่สามารถตั้งราคาต่ำกว่านี้ได้)
1.2. การแบ่งจำนวนหุ้นน้อยเกินไป : การแบ่งจำนวนหุ้นที่น้อยเกินไปจะส่งผลให้ราคาดูพรีเมี่ยมแต่อาจก่อปัญหาได้
ข้อผิดพลาด : จดทุน 1 ล้านบาท ตั้งราคาหุ้นละ 100,000 บาท ทำให้ทั้งบริษัทมีหุ้นแค่ 10 หุ้น
ปัญหา : เมื่อต้องการแบ่งหุ้น ให้หุ้นส่วน จะทำได้ยากเช่น ถ้าอยากแบ่งหุ้นให้ 1.5% ของบริษัทจะไม่สามารถทำได้ เพราะ 1 หุ้นเท่ากับ 10% ไปแล้ว (กฎหมายไทยไม่ให้มีเศษส่วนของหุ้น)
1.3. ไม่เผื่อการเพิ่มทุนในอนาคต :
ข้อผิดพลาด : การแบ่งสัดส่วนผู้ถือหุ้นแบบครบ 100% โดยไม่คำนวณราคาหุ้นที่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริง
ปัญหา : กรณีมีการเพิ่มทุน หากราคาต่อหุ้นที่ตั้งไว้ไม่สอดคล้องกับมูลค่าบริษัท จะส่งผลให้ผู้ถือหุ้นเดิมถูกลดสัดส่วน (Dilute) อย่างรุนแรงโดยไม่จำเป็น
2. การตั้งชื่อบริษัทที่ใกล้เคียงบริษัทอื่นมากเกินไป
ข้อผิดพลาด : ตั้งชื่อบริษัทที่ออกเสียงคล้ายแบรนด์ดัง หรือ บริษัทที่จดทะเบียนไว้ก่อนแล้ว อาจจะทำให้เสียเวลาในการจองชื่อใหม่
วิธีแก้ไข : สามารถตรวจสอบชื่อบริษัทได้ที่ DBD reserve
3. การระบุวัตถุประสงค์บริษัทแบบกว้างๆ แต่ขาดรายละเอียดสำคัญ
ข้อผิดพลาด: ใช้แบบมาตรฐาน (ว.1-ว.5) ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพียงอย่างเดียว โดยไม่ได้ระบุธุรกิจหลักที่ตัวเองทำจริงๆ
ผลกระทบ: เวลาไปประมูลงานหรือขอใบอนุญาตเฉพาะทาง (เช่น ใบอนุญาตนำเที่ยว หรือใบอนุญาตขายอาหาร) หน่วยงานเหล่านั้นจะเช็กว่าในวัตถุประสงค์มีระบุไว้ “เป๊ะๆ” หรือไม่ ถ้าไม่มี คุณต้องเสียเวลาไปจดแก้ไขเพิ่มเติมครับ
4. ไม่มีการอัปเดต รายชื่อผู้ถือหุ้น หรือ บอจ.5 ให้เป็นปัจจุบัน
ข้อผิดพลาด: จดทะเบียนเสร็จแล้วก็ปล่อยผ่าน ไม่เคยอัปเดตบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง หรือลืมยื่น บอจ.5 ประจำปีพร้อมงบการเงิน
ผลกระทบ: มีโทษปรับทางอาญา และอาจมีปัญหาเวลาไปยื่นกู้ธนาคารเพราะข้อมูลผู้ถือหุ้นไม่ตรงกับความเป็นจริง
รีวิวจากผู้ใช้งานจริง

คุณพัท
ให้บริการคำปรึกษาหลังจดทะเบียนบริษัทดีมาก ช่วยผมทำธุรกิจง่าย สะดวก

คุณกานต์
ให้บริการจดทะเบียนบริษัท พร้อมวางแผนผู้ถือหุ้นดี ไม่ต้องระวังการมีปัญหากับหุ้นส่วน