ภ.พ.20 คืออะไร? มีความสำคัญอย่างไร

ภ.พ.20 หรือ ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นเอกสารที่ผู้ประกอบการธุรกิจหลายท่านสงสัยว่าจำเป็นไหม และต้องดำเนินการอย่างไร เพื่อให้ได้เอกสาร รวมทั้งเอกสารมีประโยชน์อย่างไร บทความนี้เราจะนำความรู้ฉบับอัพเดทมาเผยแพร่แบบละเอียด

ภ.พ.20 คืออะไร?

คือ เอกสารที่กรมสรรพากรออกให้ หลังมีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยปกติจะเริ่มจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหลังทำการจดทะเบียนบริษัทเสร็จเรียบร้อย (สามารถดูขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัทได้ที่)

ภ.พ.20 มีความสำคัญอย่างไร

1. โอกาสร่วมงานกับองค์กรใหญ่ : บริษัทส่วนใหญ่มักต้องการคู่ค้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เพื่อที่จะได้สามารถขอใบกำกับภาษีไปใช้สิทธิประโยชน์ได้

2. การขอคืนภาษี : หากธุรกิจมีต้นทุนสูง อุปกรณ์ IT, เครื่องจักรผลิตขนาดใหญ่ หรือวัตถุดิบที่มี VAT การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มสามารถนำภาษีซื้อมาหักออกจากภาษีขาย และขอคืนเป็นเงินสดได้ ช่วยลดต้นทุนในการดำเนินงานได้

3. ระบบบัญชีที่เป็นมาตรฐาน : การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นการบังคับให้ธุรกิจต้องทำรายงาน ภาษีซื้อ-ภาษีขาย อย่างเป็นระบบทุกๆเดือน ช่วยให้เจ้าของกิจการมองเห็นภาพรวมของธุรกิจและวางแผนในอนาคต

ข้อบังคับตามกฎหมาย เกี่ยวกับ ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

1. บริษัทมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี : กฎหมายบังคับให้มีการจด VAT หากไม่จดจะมีโทษปรับ

2. บริษัทมีรายได้ไม่ถึง 1.8 ล้านบาทต่อปี : จะจดหรือไม่จด VAT ก็สามารถกระทำได้ โดยหากจด VAT ก็จะได้ประโยชน์ ในส่วนของความน่าเชื่อถือบริษัทและการเรียกคืนภาษี

เอกสารที่ใช้ยื่นสำหรับขอ ภ.พ.20

1. เอกสารหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

2. สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้มีอำนาจลงนาม

3. สำเนาทะเบียนบ้านสถานที่ตั้งสำนักงาน

4. แผนที่และรูปถ่ายสถานประกอบการ

วิธีดำเนินการขอ ภ.พ.20 หรือ ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

1. เข้าไปที่เว็บไซต์ www.rd.co.th แล้วทำการเลือก “ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีธุรกิจเฉพาะ”

2. เลือกหัวข้อ จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

3. กรอกข้อมูล เลขประจำตัวผู้เสียภาษี

4. เลือก ผู้ประกอบการที่ขายสินค้าหรือให้บริการหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

5. เลือก ลักษณะกิจการ

6. กรอกข้อมูลบริษัท แล้วกดยืนยันอีเมล

7. กดตรวจสอบข้อมูลเป็นอันเสร็จสิ้น

หลังจด VAT แล้วต้องทำอะไรต่อบ้าง

1. การออกใบกำกับภาษี TAX invoice : ตั้งแต่วันที่ได้รับ ภ.พ.20 ผู้ประกอบการต้องออกใบกำกับภาษีทุกครั้งที่มีการขายสินค้าหรือให้บริการ โดยมีข้อควรทราบดังนี้

  • ห้ามออกย้อนหลัง : ต้องออกเมื่อจุดภาษีเกิดขึ้น (Tax Point) เช่น เมื่อส่งมอบสินค้า หรือเมื่อได้รับชำระเงินตามประเภทธุรกิจ

2. จัดทำรายงานภาษีประจำเดือน : โดยต้องจัดทำเอกสาร รายงานภาษีซื้อ, รายงานภาษีขาย, รายงานสินค้า โดยเอกสารเหล่านี้ควรเตรียมให้พร้อมเพราะกรมสรรพากรอาจเรียกตรวจสอบ

3. การยื่นแบบแสดงรายการเอกสาร ภ.พ.30 : ต้องทำการยื่นเพื่อสรุปยอดภาษีซื้อและขายในแต่ละเดือน โดยเอกสารจะต้องยื่นทุกเดือน (แม้เดือนนั้นบริษัทไม่มีรายได้ก็จำเป็นต้องยื่น) ซึ่งมักจะต้องยื่นภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (หรือวันที่ 23 ของเดือนถัดไปหากยื่นผ่านระบบออนไลน์)

4. การจัดเก็บเอกสาร : โดยตามกฎหมายกำหนดให้ ต้องเก็บใบกำกับภาษีและรายงานไว้อย่างน้อย 5 ปี

บทความแนะนำ