จดทะเบียนเปิดบริษัท เริ่มอย่างไร มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ที่ต้องรู้ก่อนเริ่มธุรกิจ
จดทะเบียนเปิดบริษัท ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการเปิดบริษัททำธุรกิจ เพื่อประโยชน์ด้าน เงินทุน ค่าใช้จ่ายทางภาษี และป้องกันสินทรัพย์ส่วนตัว แต่ก็มีรายละเอียดซับซ้อน หลายด้าน ทั้ง การเตรียมเอกสาร ,ประสานงานหน่วยงาน, จองชื่อบริษัท ,บัญชีและการเสียภาษี

จดทะเบียนเปิดบริษัทจำเป็นไหม?
การจดทะเบียนบริษัท ไม่จำเป็นในทุกกรณี ขึ้นอยู่กับลักษณะ ขนาดและเป้าหมายทางธุรกิจ หากต้องการความน่าเชื่อถือ การคุ้มครองทางกฏหมาย และสิทธิประโยชน์ทางภาษี จำเป็นต้องจดทะเบียนบริษัทโดยต้องแจ้งต่อ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ กระทรวงพาณิชย์เพื่อให้บริษัทมีสถานะถูกต้องตามกฏหมาย สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างโปร่งใส และได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างเต็มที่
1.เพิ่มความน่าเชื่อถือ : บริษัทที่มีการจดทะเบียนบริษัทอย่างถูกต้อง จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับกลุ่มลูกค้า นักลงทุน และ หุ้นส่วน ที่ร่วมธุรกิจ
2.ผลประโยชน์ทางภาษี : ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายสิทธิประโยชน์ทางภาษี มากกว่าแบบบุคคลธรรมดา
3.รายงานสถานะแบบนิติบุคคล : การเปิด บริษัทแบบจดทะเบียนทำให้มีสถานะทางกฏหมาย รับผิดชอบต่อหนี้สินที่จำกัด จากการลงทุน
4.จัดการภาษีได้ดีกว่า : อัตราการชำระภาษีแบบนิติบุคคลจะต่ำกว่าแบบบุคคลธรรมดาในบางช่วงของรายได้
5.ขยายธุรกิจได้ง่าย : สามารถระดมทุนจากนักลงทุน หรือ ขอกู้จากสถาบันการเงินได้ง่าย และสะดวกกว่าแบบบุคคลธรรมดา
จดทะเบียนบริษัทหรือไม่จด แบบใดเหมาะกับคุณมากกว่า
กรณีเหมาะสมกับจดทะเบียนบริษัท
ขึ้นอยู่กับลักษณะธุรกิจ และแผนในอนาคต ของผู้ประกอบการ โดยขอแบ่งเป็นเกณฑ์สำหรับพิจารณา
1.รายได้เท่าไรควรจดทะเบียนบริษัท : รายได้ 1.6 ล้านต่อปี ขึ้นไป แนะนำให้จดทะเบียนบริษัท เนื่องจากเกณฑ์ทางภาษีบุคคลธรรมดา เริ่มสูงกว่าแบบนิติบุคคล
2.ค่าใช้จ่ายธุรกิจที่มากขึ้น : กรณีมีค่าใช้จ่ายสูง การจดทะเบียนแบบนิติบุคคลจะสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้มากขึ้น
3.ต้องการขยายบริษัทหรือหาเงินทุน : การจดทะเบียนบริษัทช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ ทำให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน เช่นการกู้เงินจากธนาคารและทำธุรกรรมต่างๆได้มากกว่าแบบบุคคลธรรมดา
4.อยากแยกสินทรัพย์ส่วนตัวออกจากธุรกิจ : เมื่อจดทะเบียนบริษัทแล้ว คือการแยกสินทรัพย์ส่วนตัวกับบริษัทออกจากกัน จะเกิดความคุ้มครองทางกฏหมายชัดเจน ป้องกันการฟ้องร้องหรือความเสี่ยงที่อาจส่งผลเสียหายต่อทรัพย์สินส่วนบุคคล
| ข้อเปรียบเทียบ | นิติบุคคล | บุคคล |
| ความน่าเชื่อถือ | มากกว่า | น้อยกว่า |
| ภาระทางภาษี | ต่ำกว่า | สูงกว่า |
| รับผิดชอบต่อหนี้สิน | รับผิดชอบจำกัด | รับผิดชอบไม่จำกัด |
| การขยายธุรกิจ | เพิ่มทุน หาสินเชื่อได้ง่าย | คล่องตัว |
| เอกสารทางธุรกิจ | ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ | ใบเสร็จธรรมดา |
ทุนจดทะเบียนบริษัทเริ่มต้นเท่าไรจึงเหมาะสม
ทุนจดทะเบียนสามารถเริ่มต้นขั้นต่ำที่ 5,000 บาท แต่ส่วนใหญ่ธุรกิจมักตั้งงบให้เหมาะสมเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ หากทุนนจดทะเบียนต่ำเกินไป อาจถูกมองว่าบริษัทมีเงินหมุนเวียนไม่เพียงพอ และกรมสรรพากรมองว่าไม่สมเหตุสมผล โดยสามารถพิจารณาเงินทุนจดทะเบียนได้จากต้นทุนและแผนการดำเนินธุรกิจ
ปัจจัยที่ใช้พิจารณาทุนจดทะเบียนบริษัท
1.ธุรกิจประกอบการการเกี่ยวข้องกับอะไร
2.รายได้ต่อปีเท่าไร
3.ลูกค้าเป็นบริษัทหรือบุคคลธรรมดา
4.มีทรัพย์สินของบริษัทมูลค่าเท่าไร
5.แผนการเติบโตของธุรกิจในอนาคตเป็นแบบไหน
ตัวอย่างทุนจดทะเบียนบริษัทที่เหมาะสมกับธุรกิจ
ตัวอย่างเช่น หากเป็นธุรกิจเริ่มต้นขายของออนไลน์บนแพลตฟอร์ม อาจตั้งทุนจดทะเบียน 1–3 แสนบาท แต่หากเป็นธุรกิจ B2B ที่มีลูกค้าเป็นบริษัท อาจตั้งทุนจดทะเบียนมากกว่า 1 ล้านบาท เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ
เลือกชื่อจดทะเบียนบริษัทยังไง ให้ผ่านในครั้งเดียว
การตั้งชื่อบริษัทให้มีเอกลักษณ์จดจำง่าย และถูกกฏหมาย
โดยการตั้งชื่อบริษัท อาจคำนึงถึง ความถูกต้องทางกฏหมาย และ การตลาด ( โดยเน้นมีเอกลักษณ์และเข้าถึงง่าย ) โดยสามารถ ตรวจสอบได้ที่ DBD Biz regist
ตรวจสอบชื่อบริษัทผ่านระบบ e-Reservation
สามารถตรวจสอบชื่อบริษัทผ่าน ระบบจองชื่อนิติบุคคล ( e-Reservation )โดยชื่อต้องมีความเฉพาะ ไม่ซ้ำกับบริษัทอื่น แนะนำให้เตรียมชื่อสำรองไว้ 2–3 ชื่อ
ขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัทออนไลน์ DBD
จองชื่อบริษัท :
โดยทำผ่านกรมพัฒนาธุรกิจ การค้า DBD จองชื่อนิติบุคคล (e-Reservation) โดยชื่อต้องไม่ซ้ำกับบริษัทอื่นและต้องเป็นไปตามข้อกำหนดทางกฏหมาย
จัดทำหนังสือ บริคณห์สนธิ :
โดยเอกสารประกอบด้วย ชื่อบริษัท ที่ตั้งสำนักงาน วัตถุประสงค์ของการเปิดกิจการ ทุนจดทะเบียนบริษัทรายชื่อผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 2 คน สำหรับยื่นต่อนายทะเบียน
ประชุมตั้งบริษัท :
ผู้ก่อตั้งโอนหุ้นให้ผู้ถือหุ้น และแต่งตั้งกรรมการบริษัทโดยผู้ถือหุ้น
จดทะเบียนเปิดบริษัท :
สามารถจดทะเบียนบริษัทผ่านช่องทางออนไลน์ โดยกรอกข้อมูลในระบบ DBD Biz Regist
เปิดบัญชีธนาคารในนามบริษัท:
เปิดบัญชีธนาคารในนามบริษัท เพื่อใช้สำหรับทำธุรกรรมทางการเงินของบริษัท
เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับจดทะเบียนเปิดบริษัท
- คำขอจดทะเบียนบริษัท บจก.1
- หนังสือบริคณห์สนธิ บจก.2
- รายการจดทะเบียนจัดตั้ง บจก.3
- บัญชีรายชื่อ ผู้ถือหุ้น บจก.5
- หนังสือรับรองผลการจองชื่อ นิติบุคคล
- เอกสารยืนยันสถานที่ตั้งบริษัท
- หลักฐานการชำระเงินค่าหุ้น
- เอกสารคำขอจดทะเบียนบริษัท จัดตั้ง DBD
- รายชื่อผู้ก่อตั้งบริษัท 2 คน

จดทะเบียนบริษัทแบบไหนดี ?
การจดทะเบียนบริษัทมีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของเงินทุนและเป้าหมายทางธุรกิจ
1.ห้างหุ้นส่วนจำกัด ( หจก. ) :
มีผู้ก่อตั้งร่วมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ร้านค้าทั่วไป หรือธุรกิจครอบครัว เช่น ร้านอะไหล่รถยนต์ เป็นต้น
2.บริษัทจำกัด ( บจก.) :
มีผู้ก่อตั้งร่วมกันอย่างน้อย 2 คน โดยผู้ถือหุ้นจะเป็นผู้ดำเนินงานในตำแหน่งกรรมการบริษัท แต่หุ้นไม่สามารถซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้ เหมาะกับธุรกิจ SME เช่น ธุรกิจออนไลน์ หรือธุรกิจที่เริ่มสร้างแบรนด์
3.บริษัทมหาชน ( บมจ.) :
มีผู้ก่อตั้ง 15 คน โดยมีกรรมการบริษัท และ คณะกรรมการตรวจสอบ และหุ้นสามารถเข้าตลาดจำหน่ายให้กับประชาชนทั่วไปได้ เหมาะกับ ธุรกิจขนาดใหญ่ ที่ต้องการระดมทุน
เลือกการจดทะเบียนบริษัท ให้เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ
| ประเภทการจดทะเบียน | จำนวนผู้ถือหุ้น | ทุนจดทะเบียน | การระดมทุน หุ้น |
| ห้างหุ้นส่วน | 2 คนขึ้นไป | ไม่สูงมาก | จำกัด |
| บริษัท จำกัด | 2 คนขึ้นไป | ปรับตามขนาดธุรกิจ | ภายในผู้ถือหุ้น |
| บริษัท มหาชน | 15 คนขึ้นไป | ค่อนข้างสูง | เสนอขายต่อประชาชนได้ |
จดทะเบียนเปิดบริษัทต้องใช้เงินเท่าไร ( แบบแยกรายการ )
-ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนบริษัท ประมาณ 5,500 – 20,000 ขึ้นกับทุนจดทะเบียน กรณี ( ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท มีค่าธรรมเนียม 5,500 บาท )
-ค่าจดหนังสือบริคณห์สนธิขั้นต่ำ 500 บาท โดยคิดเป็น 0.05% ของทุนจดทะเบียน
(ตัวอย่าง: กรณีทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ค่าจดหนังสือบริคณห์สนธิอยู่ที่ 500 บาท)
-ค่าหนังสือรับรอง 40 บาทต่อรายการ
-ป้ายบริษัท ที่ตั้งสำนักงาน ประมาณ 1,000-3,000 บาท
-ค่าอากรแสตมป์ 200 บาท
-ค่าใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน 100 บาท
-ค่ารับรองสำเนาเอกสารคำขอจดทะเบียน 50 บาท
– ค่าทำบัญชีและธรรมเนียมรายปี ประมาณ 3,000 – 5,000 บาท
สนใจจดทะเบียนเปิดบริษัท สามารถปรึกษาเราได้ มีทีมงานบัญชีมืออาชีพ พร้อมให้คำปรึกษา

จดทะเบียนเปิดบริษัทแล้วต้องยื่นภาษีอะไรบ้าง
เมื่อจดทะเบียนบริษัทแล้ว จะถือว่าบริษัทคุณเป็นนิติบุคคล ซึ่งต้องยื่นภาษีตามกฏหมาย รายละเอียดจะขึ้นอยู่กับประเภทของบริษัทและรายได้
1.ภาษีเงินได้แบบนิติบุคคล
บริษัทต้องยื่นภาษีเงินได้แบบนิติบุคคลทุกปี โดยจะกำหนด 150 วัน หลังสิ้นรอบบัญชี มีการคำนวณตามกำไรสุทธิของบริษัท โดยปกติ
ธุรกิจ SME : จะเสียภาษีอัตรา 15-20% ขึ้นกับรายได้
ธุรกิจ บริษัททั่วไป : จะเสียภาษีอัตรา 20% ขึ้นกับรายได้
2.ภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT
เป็นภาษีที่เก็บจากมูลค่าการซื้อขายสินค้าและบริการ ซึ่งจะถูกเรียกเก็บในทุกขั้นตอนของการผลิตและจำหน่าย แต่ผู้ประกอบการสามารถนำภาษีที่จ่ายไปแล้วในขั้นตอนก่อนหน้าหักลบกับภาษีที่ต้องเก็บจากลูกค้าได้ โดยจะเริ่มเสียภาษีเมื่อรายได้เกิน 1.8 ล้านต่อปี ยื่นรายเดือนหรือทุกๆ 3 เดือน
3.ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
หากบริษัทจ่ายเงินให้บุคคลธรรมดาหรือบริษัทอื่น เช่น ค่าจ้าง ค่าเช่า จะมีการหักภาษี ณ ที่จ่าย และยื่นต่อกรมสรรพากร
- ปรึกษาเบื้องต้นฟรี
- ดำเนินเอกสารให้ ครบทุกขั้นตอน
- ฟรี ตรายางใน การจดทะเบียนบริษัท
- ให้บริการ โดย นักบัญชีมืออาชีพ
ให้บริการแบบ ( one stop service ) ตั้งเเต่ รับจดทะเบียนบริษัท เตรียมเอกสาร พร้อมให้คำปรึกษาฟรี

ทีมงาน บัญชีมืออาชีพ ให้บริการรวดเร็ว ครบวงจร

ให้คำปรึกษาแบบละเอียด ตั้งเเต่เริ่มใช้บริการ

ให้คำแนะนำ ทุนจดทะเบียน รวมถึงรายละเอียดผู้ถือหุ้น
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับจดทะเบียนเปิดบริษัท
1. จดทะเบียนบริษัท คนเดียวได้หรือไม่ :
ยังไม่สามารถกระทำได้ ทางกฏหมายระบุ ผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 2 คนขึ้นไป ในการ จดทะเบียนบริษัท
2. เปิดบริษัทต้องมีที่อยู่สำนักงานจริงหรือไม่ :
จำเป็นต้องมีที่อยู่บริษัทที่ใช้เป็นที่ตั้งสำนักงานได้ แต่สามารถใช้ บ้านพัก หรือสำนักงานให้เช่า ได้
3. หลังจาก จดทะเบียนบริษัท เปิดบริษัท ต้องทำอะไรต่อ? :
– ต้องดำเนินการ ขอจดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ถ้ามีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี
– จดทะเบียน ประกันสังคม (หากมีพนักงานตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป)
– เปิดบัญชีธนาคารในนามบริษัท และทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย – จัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย และจัดทำงบการเงินตามกฏหมายกำหนด
4. เอกสารที่ใช้ จดทะเบียนบริษัท เปิดบริษัท
สำเนาทะเบียนบ้าน ( ของผู้จัดตั้ง ) 2 ชุด, สำเนาบัตรประชาชน ผู้ร่วมก่อตั้ง 2 ชุด
5. จดทะเบียนบริษัท โดยปกติ ใช้เวลากี่วัน
- ระยะเวลาเตรียมเอกสารประมาณ 3–5 วันทำการ (ขึ้นกับความพร้อมของข้อมูล)
- ระยะเวลาดำเนินการยื่นและจดทะเบียนกับหน่วยงานรัฐประมาณ 1–2 วันทำการ
โดยรวมแล้ว หากเอกสารครบถ้วน ขั้นตอนทั้งหมดมักอยู่ที่ประมาณ 3–7 วันทำการ
รีวิวลูกค้าที่ใช้บริการ

คุณ เต๋
“ทีมงานดูแลรวดเร็ว ให้คำแนะนำชัดเจน เกี่ยวกับการ จดทะเบียนบริษัท มีความเป็นมืออาชีพสุด ๆ”

คุณ กานต์
ช่วยดูเอกสาร และแก้ไขให้เรียบร้อย จดบริษัทผ่านแบบสบายใจมากค่ะ

คุณ พัท
บริการรวดเร็ว ให้คำแนะนำดี ค่าบริการเป็นกันเอง พร้อมพนักงานที่ให้คำปรึกษาฟรี
อ้างอิง
https://edbr.dbd.go.th/usermanual
สนใจบริการอื่นๆของ Honor account สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
บริษัท ออนเนอ เเอ็คเค้าน์ จำกัด
296/259 ซอย อินทามระ 41 เเขวง รัชดาภิเษก เขต ดินเเดง กรุงเทพมหานคร 10400
เวลาทำการ : จันทร์ – ศุกร์ ( 9.00 – 18.00 )